บทที่ 1: พระเจ้าเป็นผู้ทำลายความสุขประจำจักรวาลหรือเปล่า?
พบแล้ว: พระประสงค์ของพระเจ้า · จอห์น แมคอาร์เธอร์
เมื่อผมเดินทางไปตามที่ต่าง ๆ คำถามข้อหนึ่งที่มีคนถามผมบ่อยที่สุดก็คือ “คริสเตียนจะรู้จักพระประสงค์ของพระเจ้าสำหรับชีวิตของตนได้อย่างไร?” พวกเราส่วนใหญ่ยอมรับว่าพระเจ้าทรงมีแผนการสำหรับชีวิตผู้เชื่อทุกคน แต่บ่อยครั้งเราก็มีปัญหาในการหาคำตอบว่าแผนการนั้นจะไปทางไหนเมื่อต้องเจอทางแยก มีหนังสือ แผ่นพับ และคำเทศนามากมายพูดถึงปัญหานี้ แต่บางครั้งแม้กระทั่งผู้ที่แสวงหาอย่างพากเพียรที่สุดก็ยังหาคำตอบไม่เจอ สิ่งที่ผมอธิษฐานก็คือ ขอให้หนังสือเล่มเล็ก ๆ นี้ช่วยเติมช่องว่างเหล่านั้นบางส่วนในลักษณะที่น่าตื่นเต้นและนำไปปฏิบัติได้จริง
บางคนอาจมองหาแนวทางที่ชัดเจนในเรื่องนี้แต่กลับลงเอยด้วยการมีความคิดหลายแนวทาง บางคนดูเหมือนจะคิดว่าพระประสงค์ของพระเจ้านั้นหายไป คืออย่างน้อยพวกเขาก็บอกว่าเขากำลังค้นหามันอยู่ พวกเขาคิดว่าพระเจ้าคงจะเหมือนกระต่ายอีสเตอร์จากเบื้องบน ซึ่งเอาพระประสงค์ของพระองค์ไปซุกซ่อนเหมือนไข่อีสเตอร์ คือซ่อนให้พ้นสายตา แล้วก็ให้เราวิ่งไปในชีวิต พยายามหามันให้เจอ แล้วพระองค์ก็อยู่เบื้องบนคอยบอกใบ้ว่า “เจ้าเข้าใกล้ขึ้นแล้ว”
ส่วนคนอื่นๆ ก็ให้คำแนะนำว่าเราจะพบพระประสงค์ของพระเจ้าผ่านประสบการณ์น่าตื่นเต้น เหมือนคุณวิ่งไปตามถนน เหยียบเปลือกกล้วย ลื่นล้มลงไปบนแผนที่ประเทศอินเดีย แล้วคุณก็บอกพระเจ้าทันทีว่า “ขอบพระคุณที่พระองค์ทรงนำอย่างชัดเจน ข้าพระองค์เข้าใจแล้ว อินเดียนั่นเอง” หรือทุกครั้งจะมีเสียงจากฟ้าสวรรค์ หรือมีนิมิตในฝันเรียกคุณให้ไปประเทศชิลี
แล้วก็มีบางคนที่กลัวพระประสงค์ของพระเจ้าจริงๆ ผมไม่มีทางลืมนักกีฬาที่มาหาผมในค่ายฮูมเลค และบอกว่า “ผมไม่แน่ใจว่าผมอยากจะมอบชีวิตให้พระเยซูคริสต์มั้ย เพราะผมกลัวสิ่งที่พระองค์จะนำให้ผมทำ” เขามีความคิดว่าพระเจ้าต้องการเอาตัวนักกีฬาบึกบึนไปหักขาทั้งสองข้าง แล้วก็บังคับให้เขาเป่าขลุ่ย นี่เป็นการบอกอ้อม ๆ ว่าพระเจ้าเป็นเหมือน “ผู้ทำลายความสุขประจำจักรวาล” เหยียบย่ำความสนุกของทุกคน และทำให้ฝนตกลงมาใส่ขบวนแห่รื่นเริง คนที่มีมุมมองแบบนี้จะกลัวพระประสงค์ของพระเจ้าจริง ๆ เพราะเขามองว่ามันเป็นวิถีชีวิตที่เข้มงวด ซึ่งจะเรียกร้องให้พวกเขาเสียสละความสามารถหรือทรัพย์สมบัติที่พวกเขาหวงแหนที่สุด
แล้วก็มีความคิดแบบเกมคว้าห่วงทองเหลือง คุณรู้จักม้าหมุนสมัยก่อนไหม? แบบที่มีห่วงทองเหลืองกับห่วงเหล็กให้คนเล่น เวลามันหมุนไป คนที่ขี่ม้าก็จะเอื้อมไปคว้าห่วงที่หย่อนลงมาจากรางปล่อยห่วงด้านนอก ถ้าคุณสามารถคว้าห่วงทองเหลืองที่มีอยู่วงเดียว ในบรรดาห่วงเหล็กมากมาย คุณก็จะได้รางวัล คริสเตียนบางคนมองพระประสงค์ของพระเจ้าแบบนั้น คือคิดว่าถ้าคุณได้ห่วงทองเหลืองก็ดีนะแต่ถ้าไม่ได้คุณก็พอใจกับห่วงเหล็กละกัน พูดอีกอย่างก็คือ ไม่ต้องจริงจังที่จะเอาชนะหรอก แค่อยู่ร่วมการแข่งขันก็พอ
ผมเคยอ่านจากแหล่งข้อมูลบางแหล่งว่า พระประสงค์ของพระเจ้านั้นไม่มีอะไรมากไปกว่า “สถานการณ์และแรงกระตุ้นต่าง ๆ ที่บังเอิญมารวมกัน”
แล้วก็ยังมีทฤษฎีอื่น ๆ อีกมากมาย
ท่ามกลางความสับสนนี้เรายังคงถามว่า “พระประสงค์ของพระเจ้าคืออะไร? มีหลักการที่เป็นรูปธรรมไหมที่สามารถพูดแบบง่าย ๆ และปฏิบัติได้จริง?” ผมเชื่อว่ามีแน่นอน! และนั่นคือประเด็นที่หนังสือเล่มนี้ทั้งเล่มต้องการจะบอก คุณสามารถรู้ได้ไหมว่าคุณควรจะหางานอะไร จะเข้าเรียนที่ไหน จะรักหญิงสาวหรือชายหนุ่มคนไหน จะตัดสินใจอย่างไรในสถานการณ์หนึ่ง ๆ?
คุณสามารถรู้ได้ คุณไม่ต้องกังวลอีกต่อไป การต่อสู้ใกล้จะจบแล้ว การค้นหาใกล้จะสำเร็จแล้ว
ให้เราเริ่มต้นด้วยสมมุติฐานง่าย ๆ ว่า เนื่องจากพระเจ้ามีพระประสงค์สำหรับเรา พระองค์ย่อมต้องการให้เรารู้พระประสงค์นั้น ถ้าเป็นอย่างนั้น เราก็สามารถคาดหวังว่าพระองค์จะสื่อสารกับเราด้วยวิธีการที่ชัดเจนที่สุด แล้วมันคือวิธีการไหนล่ะ? คำตอบก็คือโดยทางพระคัมภีร์ ซึ่งเป็นการเปิดเผยของพระองค์ ดังนั้นผมเชื่อว่าสิ่งที่ใครก็ตามจำเป็นต้องรู้เกี่ยวกับพระประสงค์ของพระเจ้านั้น ได้รับการเปิดเผยอย่างชัดเจนแล้วในหน้ากระดาษที่มีพระวจนะของพระองค์ ที่จริงแล้วพระประสงค์ของพระเจ้านั้นปรากฏชัดเจนมากในพระคัมภีร์
เมื่อเราดูหลักการบางข้อจากพระคัมภีร์ในหน้าต่อๆไป ขอให้คุณเตรียมใจที่จะเจอบทสรุปที่ไม่คาดคิดและน่าประหลาดใจ ซึ่งสามารถเปลี่ยนชีวิตของคุณ