บทที่ 6: เหตุผลของการเสี่ยงที่ถูกและผิด
Risk Is Right · John Piper
การเสี่ยงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง และเหตุผลไม่ใช่เพราะพระเจ้าทรงสัญญาว่าทุกสิ่งที่เราเสี่ยงเพราะเห็นแก่พระองค์นั้น จะสำเร็จลุล่วงเสมอ ไม่มีคำสัญญาว่าความพยายามทุกอย่างที่เราทำเพราะเห็นแก่พระเจ้านั้น จะประสบความสำเร็จ อย่างน้อยก็ไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ
ไม่มีคำสัญญาว่าจะประสบความสำเร็จในระยะเวลาสั้นๆ
เมื่อกษัตริย์เฮโรดหย่าภรรยาของตนเพื่อรับภรรยาน้องชายของตนมาเป็นภรรยานั้น ยอห์นผู้ให้บัพติสมาได้เสี่ยงชีวิตด้วยการเรียกเฮโรดว่า เป็นผู้ล่วงประเวณี และด้วยเหตุผลนี้เอง ทำให้ยอห์นต้องถูกตัดศีรษะ แน่นอน ยอห์นได้ทำสิ่งถูกต้อง ท่านได้เสี่ยงชีวิตเพื่อพระเจ้าและความจริง พระเยซูคริสต์ไม่ได้ตำหนิการกระทำของยอห์น แต่กลับยกย่องท่านอย่างมาก (มัทธิว 11:11)
เปาโลเสี่ยงที่จะขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็มเพื่อจะทำพันธกิจกับคนยากจน ท่านถูกโบยตีและถูกขังคุกเป็นเวลาสองปี จากนั้นถูกส่งตัวโดยเรือไปยังกรุงโรม และอีกสองปีต่อมา ท่านก็ถูกประหารชีวิตที่นั่น ท่านได้ทำสิ่งที่ถูกต้องด้วยการเสี่ยงชีวิตเพราะเห็นแก่พระคริสต์ มีหลุมฝังศพของมิชชันนารีหนุ่ม-สาวมากมายเพียงไรในแอฟริกาและในเอเชีย ที่พวกเขาถูกปลดปล่อยจากการลุ่มหลงในภาพลวงตาแห่งความปลอดภัยด้วยพลังอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ และจากนั้น ก็เสี่ยงชีวิตของพวกเขาเพื่อให้ความสำคัญทั้งสิ้นกับพระคริสต์ ท่ามกลางคนในโลกนี้ที่ข่าวประเสริฐยังเข้าไปไม่ถึง
แล้วคุณล่ะ? คุณติดอยู่ในบ่วงแร้วที่คิดว่าเป็นความมั่นคงปลอดภัย เป็นอัมพาตไม่ยอมเสี่ยงอะไรเพื่อพระเจ้าหรือไม่? หรือคุณได้รับการปลดปล่อย โดยพลังอำนาจของพระวิญญาณบริสุทธิ์ จากภาพลวงตาแห่งความปลอดภัย และความสะดวกสบายในอียิปต์แล้วหรือยัง? พวกท่านที่เป็นผู้ชายเคยพูดเหมือนกับโยอาบบ้างไหมว่า “เพื่อเห็นแก่พระนามของพระเจ้า ฉันจะลองดู และขอพระองค์ทรงทำตามที่ทรงเห็นชอบเถิด” บรรดาผู้หญิงทั้งหลาย พวกคุณเคยพูดกับเอสเธอร์บ้างไหมว่า “เพื่อเห็นแก่พระคริสต์ ฉันจะลองดู และถ้าฉันพินาศ ฉันก็พินาศ”?
การเสี่ยงด้วยเหตุผลที่ผิดๆ
มีอันตรายมากกว่าหนึ่งอย่างในการเรียกร้องให้คริสเตียนรับการเสี่ยง อันตรายอย่างหนึ่งคือ เราอาจหมกมุ่นอยู่กับการปฏิเสธตนเอง จนเราไม่สามารถเพลิดเพลินไปกับความปีติยินดีในชีวิตนี้ที่พระเจ้าประทานให้เพื่อประโยชน์ของเรา อันตรายอีกประการหนึ่งที่แย่ยิ่งไปกว่านั้นคือ เราอาจนำตนเองเข้าไปสู่การเสี่ยงชีวิตด้วยเหตุผลที่อยากจะได้รับการยกย่องชื่นชมจากผู้อื่น เราอาจรู้สึกตื่นเต้นมีความสุขที่จะได้เป็นฮีโร่ เราอาจพูดดูถูกเหยียดหยามคนอื่นที่เกียจคร้านและไม่กล้า และรู้สึกว่าตัวเองนั้น ดีกว่าหรือเก่งกว่าพวกเขา เราอาจคิดว่าการเสี่ยงนั้นเป็นความชอบธรรมอย่างหนึ่งที่ทำให้เราเป็นที่ยอมรับของพระเจ้า สิ่งที่ขาดหายไปจากความคิดผิดๆ เหล่านี้ก็คือ การมีความเชื่อเหมือนอย่างเด็กๆ ในอำนาจการปกครอบอันอธิปไตยของพระเจ้า และในชัยชนะอันเปี่ยมด้วยความรักของพระองค์
ผมได้อนุมานไปแล้วว่าพลังอำนาจและแรงจูงใจที่อยู่เบื้องหลังการเสี่ยงเพื่อเห็นแก่พระเจ้านั้น ไม่ใช่ความต้องการที่อยากจะเป็นฮีโร่ หรือความชอบในความเสี่ยง หรือความอยากมีชื่อเสียง หรือความต้องการที่อยากจะเป็นที่โปรดปรานของพระเจ้า แต่เป็นความเชื่อในการทรงจัดเตรียมทุกอย่างของพระเจ้า การครอบครองทุกสิ่งทั้งสิ้นของพระองค์ และความพึงพอใจทั้งสิ้นในพระบุตรของพระเจ้าพระเยซูคริสต์ กำลังเรี่ยวแรงที่ยอมเสี่ยงแม้จะต้องเสียหน้าเพราะเห็นแก่พระคริสต์นั้น เป็นความเชื่อที่ความรักของพระเจ้าจะแหงนหน้าของคุณขึ้นในวันสุดท้าย และตอบแทนในสิ่งที่คุณได้ทำไป กำลังเรี่ยวแรงที่ยอมเสี่ยงแม้จะต้องสูญเสียเงินทองเพื่อเห็นแก่ข่าวประเสริฐนั้น เป็นความเชื่อที่เราจะมีทรัพย์สมบัติในฟ้าสวรรค์ซึ่งไม่อาจถูกทำลายได้ กำลังเรี่ยวแรงที่ยอมเสี่ยงแม้จะต้องเสียชีวิตในโลกนี้นั้น เป็นความเชื่อในพระสัญญาที่ว่า ใครยอมเสียชีวิตของตนในโลกนี้ คนนั้นจะได้ชีวิตรอดในยุคที่กำลังจะมาถึง
นี่เป็นสิ่งที่แตกต่างจากความต้องการอยากเป็นฮีโร่ และความอยากมีชื่อเสียงอย่างมาก เมื่อเราเสี่ยงที่จะเสียหน้า เสียเงิน หรือแม้กระทั่งเสียชีวิต เพราะเราเชื่อว่าพระเจ้าจะทรงช่วยเราอยู่เสมอ และพระองค์จะใช้สิ่งที่เราสูญเสียไปนั้น ทำให้เราปิติยินดีมากขึ้นในพระสิริของพระองค์ในท้ายที่สุด ดังนั้น เราเองก็จะไม่ใช่คนที่ได้รับการยกย่องเพราะความกล้าของเรา แต่เป็นพระเจ้าที่ได้รับคำยกย่องสรรเสริญทั้งสิ้นเพราะความห่วงใยของพระองค์ ด้วยวิธีนี้ความเสี่ยงจึงสะท้อนคุณค่าของพระเจ้า ไม่ใช่ความกล้าของเรา
รากฐานที่ปราศจากความกลัวนี้จะต้องไม่ถูกสมมติขึ้นมาเอง เพราะเราถูกผูกอยู่กับการเสี่ยงด้วยเหตุผลที่ผิด หากปราศจากพระคริสต์เราทุกคนก็เป็นพวกนิติธรรมนิยมหรือพวกที่มีตัณหาอยู่ในใจ—อยากทำแค่สิ่งที่เป็นของเราเอง หรืออยากทำสิ่งที่เป็นของพระเจ้าในรูปแบบของเราเพื่อพิสูจน์ความสามารถของเราเอง เนื่องจากเราถูกผูกอยู่กับความคิดเช่นนี้ เราจึงต้องมีการป้องกัน พระเจ้าได้ประทานวิธีอื่นที่จะเสี่ยงให้กับเรา คือ ถ้าใครจะเสี่ยง ก็จงเสี่ยง “ด้วยกำลังซึ่งพระเจ้าประทาน เพื่อพระเจ้าจะได้รับพระเกียรติในทุกสิ่ง[โดย]ทางพระเยซูคริสต์” (1 เปโตร 4:11) และวิธีที่พระเจ้าทรงประทานกำลังนั้นแก่เราก็คือ โดยทางความเชื่อในพระสัญญาของพระองค์ ทุกๆ ความสูญเสียที่เกิดขึ้นจากความเสี่ยงของเราในการให้ความสำคัญทั้งสิ้นกับพระคริสต์นั้น พระเจ้าทรงสัญญาว่าจะคืนแก่เราด้วยการสามัคคีธรรมอันแสนสุขใจกับพระองค์หลายพันเท่า