บทที่ 7: แปดที่ยิ่งใหญ่และรากฐานของความเสี่ยง
Risk Is Right · John Piper
ก่อนหน้านี้ ผมได้พูดถึง ลูกา 21:16 ที่พระเยซูได้ตรัสกับสาวกของพระองค์ว่า “แม้แต่บิดามารดา ญาติพี่น้องและมิตรสหายก็จะมอบตัวพวกท่านไว้ และพวกเขาจะฆ่าพวกท่านบางคน” แต่ผมยังไม่ได้พูดถึงพระสัญญาที่ตามมาว่า “ทุกคนจะเกลียดชังพวกท่านเพราะนามของเรา แต่ผมสักเส้นหนึ่งของท่านก็จะไม่เสียไป” (ข้อ 18) นี่เป็นข้อความปฏิทรรศน์หรือข้อความย้อนแย้งที่เจ็บปวดข้อหนึ่งในพระคัมภีร์ “พวกเขาจะฆ่าพวกท่านบางคน… แต่ผมสักเส้นหนึ่งของท่านก็จะไม่เสียไป” นี่หมายความว่าอะไร? เมื่อพระเยซูพยายามที่จะบอกเราว่า “จงยอมเสี่ยงด้วยความเชื่อฟัง พวกท่านบางคนจะถูกฆ่าตาย แต่ผมสักเส้นหนึ่งของท่านก็จะไม่เสียไป”?
แปดที่ยิ่งใหญ่
ผมคิดว่าอรรถาธิบายข้อพระคัมภีร์ในลูกา 21 ที่ดีที่สุด คือ โรม 8:35–39 พระธรรมโรมบทที่ 8 นี้ บางครั้งถูกเรียกว่า “แปดที่ยิ่งใหญ่” เพราะว่าความสูงแห่งความรอดของเรา และความลึกที่เป็นรากฐานของความรอดนี้ ตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อพระคัมภีร์ตอนนี้ในรูปแบบที่ยิ่งใหญ่กว่าที่อื่นๆ ในพระคัมภีร์ทั้งหมด ไม่มีคำอธิบายใดที่จะบรรยายถึงรากฐานความลึกของความมั่นใจแห่งความหวัง ที่ทำให้เรายอมเสี่ยงทุกอย่างเพื่อพระเยซูได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว
แล้วใครจะให้เราขาดจากความรักของพระคริสต์ได้? จะเป็นความทุกข์ หรือความยากลำบาก หรือการเคี่ยวเข็ญ หรือการกันดารอาหาร หรือการเปลือยกาย หรือการถูกโพยภัย หรือการถูกคมดาบหรือ? ตามที่เขียนไว้ในพระคัมภีร์ว่า “เพราะเห็นแก่พระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายจึงถูกฆ่าวันยังค่ำ และถูกนับว่าเป็นแกะสำหรับเอาไปฆ่า” แต่ว่าในเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เรา[เป็นยิ่งกว่าผู้ชนะ]โดยพระองค์ผู้ทรงรักเราทั้งหลาย เพราะข้าพเจ้าแน่ใจว่าแม้ความตาย หรือชีวิต หรือบรรดาทูตสวรรค์ หรือเทพเจ้า หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย หรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งใดๆ อื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถทำให้เราขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้
ขอให้เปรียบเทียบข้อพระคัมภีร์อันน่าสะพรึงกลัวและแสนอัศจรรย์นี้กับคำตรัสของพระเยซูที่ว่า “เขาจะฆ่าพวกท่านบางคน… แต่ผมสักเส้นหนึ่งของท่านก็จะไม่เสียไป” เปาโลได้กล่าวเช่นเดียวกันนี้เหมือนกับพระเยซูว่า ความรักของพระคริสต์นั้น ไม่ได้ทำให้ความทุกข์ของเราหมดสิ้นไป แต่ตรงกันข้าม การที่เราติดสนิทกับพระคริสต์จะนำมาซึ่งความทุกข์ยากลำบาก แล้วอะไรคือคำตอบที่เปาโลได้ถามในข้อ 35 ว่า “จะเป็นความทุกข์ หรือความยากลำบาก หรือการเคี่ยวเข็ญ หรือการกันดารอาหาร หรือการเปลือยกาย หรือการถูกโพยภัย หรือการถูกคมดาบหรือ ที่จะทำให้เราขาดจากความรักของพระคริสต์?”
คำตอบของท่านในข้อ 37 นั้น คือ ไม่มีเลย! แต่เราไม่ควรเข้าใจคำถามนี้ผิดไปว่า เหตุผลที่สิ่งต่างๆ เหล่านี้ ไม่สามารถแยกเราจากความรักของพระคริสต์ได้ ก็เพราะสิ่งเหล่านั้นจะไม่เกิดขึ้นกับคนที่พระเยซูทรงรัก แน่นอนสิ่งเหล่านี้จะเกิดขึ้น จากสดุดี 44:22 ที่เปาโลได้ยกมา แสดงให้เห็นว่าสิ่งเหล่านี้ แท้จริงแล้ว จะเกิดขึ้นกับคนของพระคริสต์ “เพราะเห็นแก่พระองค์ ข้าพระองค์ทั้งหลายจึงถูกฆ่าวันยังค่ำ และถูกนับว่าเป็นแกะสำหรับเอาไปฆ่า” หรือกล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ความรักของพระคริสต์ที่มีต่อเรานั้น ไม่ได้ยกเว้นเราจากความทุกข์ลำบากเหล่านี้ ความเสี่ยงมีอยู่จริง ชีวิตคริสเตียนนั้น เป็นชีวิตที่เจ็บปวด แต่ไม่ใช่ว่าเป็นชีวิตที่ปราศจากความชื่นชมยินดี แต่ก็ไม่ใช่ชีวิตที่ปราศจากความเจ็บปวดด้วยเช่นกัน
พระเจ้าทรงประทานทุกอย่างที่จำเป็นแก่เราหรือไม่?
นี่คือความหมายของคำสั้นๆ คำว่า “ใน” ที่พบในข้อ 37 “ในเหตุการณ์ทั้งหมดนี้ เรา[เป็นยิ่งกว่าผู้ชนะ]…” เรามีชัยเหลือล้นในความทุกข์ยากของเราไม่ใช่โดยการหลีกเลี่ยง เปาโลเห็นด้วยกับพระเยซูที่ว่า “พวกเขาจะฆ่าพวกท่านบางคน” การเชื่อฟังเป็นอะไรที่เสี่ยง และการเสี่ยงเพราะเห็นแก่พระเจ้าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ความเสี่ยงบางประการถูกกล่าวไว้ในข้อ 35 ว่า
- “ความทุกข์”—ปัญหาและการถูกข่มเหงรูปแบบต่างๆ ที่เปาโลกล่าวว่า เป็นสิ่งที่เราจะต้องเผชิญตามหนทางสู่สวรรค์ (กิจการ 14:22)
- “ความยากลำบาก”—เหตุการณ์ต่างๆ ที่นำมาซึ่งความยากลำบากและขู่ที่จะหักเราเหมือนไม้อ่อน (2 โครินธ์ 6:4; 12:10)
- “การเคี่ยวเข็ญ”—การถูกต่อต้าน ถูกคัดค้าน จากศัตรูของข่าวประเสริฐ (มัทธิว 5:11–12)
- “อันตราย”—การข่มขู่ทุกรูปแบบ หรือภัยคุกคามต่อร่างกาย จิตใจ หรือ คนในครอบครัว (2 โครินธ์ 11:26)
- “คมดาบ”—อาวุธที่ใช้ฆ่ายากอบ (กิจการ 12:2)
- “การกันดารอาหาร และ การเปลือยกาย”—การขาดอาหารและเครื่องนุ่งห่ม
ผมจัด “การกันดารอาหาร และ การเปลือยกาย” ไว้อันดับสุดท้าย เพราะนี่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดปัญหาใหญ่ที่สุด พระเยซูไม่ได้ตรัสไว้หรือว่า…
อย่กระวนกระวายถึงชีวิตของตนว่าจะเอาอะไรกิน หรือจะเอาอะไรดื่ม และอย่ากระวนกระวายถึงร่างกายของตนว่า จะเอาอะไรนุ่งห่ม ชีวิตสำคัญยิ่งกว่าอาหารมิใช่หรือ? และร่างกายสำคัญกว่าเครื่องนุ่งห่มมิใช่หรือ?…เหตุฉะนั้นอย่างกระวนกระวายและกล่าวว่า “จะเอาอะไรกิน?” หรือ “จะเอาอะไรดื่ม?” หรือ “จะเอาอะไรนุ่งห่ม?” …พระบิดาของพวกท่านผู้สถิตในสวรรค์ทรงทราบแล้วว่าท่านต้องการสิ่งทั้งปวงนี้ แต่พวกท่านจงแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้า และความชอบธรรมของพระองค์ก่อน แล้วพระองค์จะทรงเพิ่มเติมสิ่งทั้งปวงนี้ให้ (มัทธิว 6:25, 31–33)
เราอาจถามว่า “อืม แล้วไงล่ะ?” คริสเตียนจะต้องกันดารอาหารและเปลือยกาย หรือพระเจ้าจะจัดเตรียม “สิ่งทั้งปวงนี้” เมื่อเราต้องการล่ะ? คริสเตียนจะไม่หิวโหย หรืออดอยาก หรือไม่มีอะไรนุ่งห่มไหม? ธรรมิกชนที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก หลายคนถูกปล้นและอดอยากไม่ใช่หรือ?
แล้ว ฮีบรู 11:37–38 ล่ะ? “บางคนถูกขว้างด้วยก้อนหิน บางคนถูกเลื่อยเป็นสองท่อน บางคนถูกฆ่าด้วยคมดาบ บางคนก็นุ่งห่มหนังแกะหนังแพะพเนจรไป สิ้นเนื้อประดาตัว ตกระกำลำบากและถูกทำทารุณ แผ่นดินโลกไม่คู่ควรกับคนเช่นนั้นเลย เขาพเนจรไปตามถิ่นทุรกันดารและตามภูเขา ในถ้ำและในโพรงใต้ดิน” ความสูญเสียและความทุกข์ยากของผู้เชื่อเหล่านี้ ไม่ได้เกิดจากความไม่เชื่อของพวกเขา พวกเขาเป็นคนสัตย์ซื่อที่ “โลกไม่คู่ควรกับคนเช่นนั้น”
ทั้งหมดที่คุณต้องทำคือน้ำพระทัยของพระเจ้าและมีความสุขตลอดไป
แล้วอะไรต่อล่ะ พระเยซูหมายความว่าอย่างไร “สิ่งทั้งปวงนี้—ไม่ว่าจะเป็นอาหารและเครื่องนุ่งห่มทุกอย่าง—พระองค์จะประทานให้กับคุณ เมื่อคุณแสวงหาแผ่นดินของพระเจ้าก่อนอย่างนั้นหรือ? พระองค์ทรงหมายถึงสิ่งเดียวกัน เมื่อพระองค์ตรัสว่า “พวกเขาจะฆ่าพวกท่านบางคน… แต่ผมสักเส้นหนึ่งของท่านก็จะไม่เสียไป” (ลูกา 21:16–18) พระองค์ทรงหมายความว่าคุณจะได้รับทุกสิ่งที่จำเป็นต่อการทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ และจะปีติยินดีมีความสุขอยู่ในพระองค์ตลอดนิจนิรันดร์
ต้องมีอาหารและเครื่องนุ่งห่มมากแค่ไหน ถึงจะเรียกว่าจำเป็น? จำเป็นสำหรับอะไร? จำเป็นเพื่อความสะดวกสบายใช่ไหม? ไม่ใช่เลย พระเยซูไม่ได้สัญญาถึงความสะดวกสบาย จำเป็นเพื่อจะได้ไม่ขายหน้าใช่ไหม? ไม่ใช่เลย พระเยซูทรงเรียกเราให้ยอมขายหน้าเพราะนามของพระองค์ด้วยความยินดี จำเป็นเพื่อมีชีวิตอยู่ใช่หรือไม่? ไม่ใช่เลย พระองค์ไม่ได้สัญญาว่าความตายจะไม่เกิดขึ้นกับเรา—ไม่ว่าจะเป็นความตายด้วยวิธีใดก็ตาม การข่มเหงและโรคภัยเกิดขึ้นกับธรรมิกชน คริสเตียนตายขณะทำงานบนนั่งร้าน และคริสเตียนตายด้วยโรคภัยไข้เจ็บ นั่นคือเหตุผลที่เปาโลเขียนว่า “…แต่เราเองด้วย ผู้ได้รับพระวิญญาณเป็นผลแรก ตัวเราเองก็ยังคร่ำครวญ คอยการที่พระเจ้าจะทรงให้มีฐานะเป็นบุตร คือที่จะทรงไถ่กายของเรา” (โรม 8:23)
ความหมายของพระเยซูก็คือ พระบิดาของเราในสวรรค์จะไม่ทรงให้เราต้องรับการทดสอบมากเกินกว่าที่เราจะทนได้ (1 โครินธ์ 10:13) ในฐานะลูกของพระเจ้า หากคุณจำเป็นต้องการเศษขนมปังสักชิ้นในขณะที่กำลังหิวโซอยู่ในคุกใต้ดินเพื่อรักษาความเชื่อของคุณนั้น พระองค์จะประทานแก่คุณ พระเจ้าไม่ได้สัญญาจะประทานอาหารเพื่อความสะดวกสบาย หรือ เพื่อชีวิต—แต่พระองค์ทรงสัญญาว่าคุณจะมีอย่างเพียงพอ เพื่อคุณจะวางใจและทำตามน้ำพระทัยของพระองค์ต่อไปได้ 1
ข้าพเจ้าทำทุกสิ่งได้โดยพระคริสต์—แม้ต้องหิวโหย
ก่อนที่เปาโลจะสัญญาว่า “พระเจ้าของข้าพเจ้าจะประทานทุกสิ่งที่จำเป็นแก่พวกท่านจากทรัพย์อันรุ่งโรจน์ของพระองค์ในพระเยซูคริสต์” นั้น ท่านเพิ่งกล่าวไปว่า “ข้าพเจ้ารู้จักความขาดแคลน และรู้จักความอุดมสมบูรณ์ ไม่ว่าในกรณีใดหรือในทุกกรณี ข้าพเจ้าได้เรียนรู้เคล็ดลับในการเผชิญความอิ่มท้องและความอดอยาก ความอุดมสมบูรณ์และความขัดสนแล้ว ข้าพเจ้าเผชิญได้ทุกอย่างโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังข้าพเจ้า” (ฟีลิปปี 4:12–13, 19) “ทุกอย่าง” ในที่นี้หมายความว่า “ฉันสามารถทนต่อความหิวโหยโดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังให้ฉัน ฉันสามารถอยู่ได้ด้วยการขาดแคลนอาหารและเสื้อผ้า โดยพระองค์ผู้ทรงเสริมกำลังให้ฉัน” นั่นคือสิ่งที่พระเยซูได้ทรงสัญญาเอาไว้ พระองค์จะไม่ละทิ้งหรือทอดทิ้งเราเลย (ฮีบรู 13:5) หากเราหิวโหย พระองค์จะทรงเป็นอาหารที่ประทานชีวิตนิรันดร์แก่เรา หากเราต้องอับอายเพราะการเปลือยกาย พระองค์จะทรงเป็นเครื่องนุ่งห่มที่สมบูรณ์แบบและชอบธรรมทั้งสิ้นของเรา หรือหากเราถูกทรมานและต้องกรีดร้องในความเจ็บปวดจวนเจียนตาย พระองค์ก็จะรักษาเราไว้ไม่ให้หลุดปากสาปแช่งพระนามของพระองค์ และจะทรงฟื้นฟูร่างกายของเราที่ถูกโบยตีนั้น ให้กลายเป็นกายที่สง่างามนิรันดร์