บทที่ 4: การเสี่ยงครั้งใหญ่ในพันธสัญญาใหม่
เสี่ยงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง · จอห์น ไพเพอร์
ผู้ที่ทำการเสี่ยงครั้งใหญ่ในพันธสัญญาใหม่ คือ อัครทูตเปาโล ลองนึกภาพขณะที่ท่านกำลังเดินทางไปยังกรุงเยรูซาเล็ม หลังจากทนทุกข์เพื่อพระคริสต์มาหลายปีเกือบทุกที่ที่ท่านเดินทางไปทำพันธกิจ โดยพระวิญญาณบริสุทธิ์ (กิจการ 19:21) ท่านตั้งใจที่จะเดินทางไปยังกรุงเยรูซาเล็ม ท่านได้รวบรวมเงินสำหรับคนยากจน และต้องการเดินทางไปดูด้วยตนเองว่า มีการแจกจ่ายออกไปอย่างสัตย์ซื่อหรือไม่ เมื่อท่านได้เดินทางถึงเมืองซีซารียามีผู้เผยพระวจนะชายคนหนึ่งชื่ออากาบัสลงมาจากแคว้นยูเดีย เขาเอาเข็มขัดของเปาโลผูกมือและเท้าของตน กล่าวว่า “พระวิญญาณบริสุทธิ์ตรัสดังนี้ว่า ‘พวกยิวในกรุงเยรูซาเล็มจะผูกมัดคนที่เป็นเจ้าของเข็มขัดแบบเดียวกันนี้ และส่งมอบไว้ในมือของพวกต่างชาติ’” (กิจการ 21:11)
“ข้าพเจ้าพร้อมที่จะตาย เพื่อเห็นแก่พระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า”
เมื่อบรรดาผู้เชื่อได้ยินแล้ว พวกเขาจึงอ้อนวอนเปาโลไม่ให้ขึ้นไปยังกรุงเยรูซาเล็ม แต่ท่านกลับตอบว่า “ทำไมพวกท่านถึงร้องไห้ และทำให้ข้าพเจ้าช้ำใจ? เพราะว่าข้าพเจ้าไม่เพียงแต่พร้อมที่จะให้เขาผูกมัดเท่านั้น แต่ยังพร้อมจะตายในกรุงเยรูซาเล็มด้วย เพื่อเห็นแก่พระนามของพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้า” (กิจการ 21:13) จากนั้นลูกาบอกเราว่า บรรดาเพื่อนๆ ของเปาโลจึงหยุดขอร้องท่าน “เมื่อท่านไม่ยอมฟังคำเกลี้ยกล่อม เราจึงหยุดพูดและกล่าวว่า ‘ขอให้เป็นไปตามพระทัยของพระเจ้าเถิด’” (กิจการ 21:14)
กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ เปาโลเชื่อมั่นว่าการเดินทางไปยังกรุงเยรูซาเล็มครั้งนี้ เป็นเรื่องจำเป็นเพื่อเห็นแก่พระคริสต์ ท่านไม่รู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นหรือผลลัพธ์นั้นจะเป็นอย่างไร เมื่อไปถึงที่นั่น เป็นที่แน่ใจว่าท่านจะต้องถูกจับกุมและเกิดความทุกข์ยากลำบาก แต่หลังจากนั้นอาจจะตาย ถูกขังคุก หรือถูกเนรเทศได้ ไม่มีใครรู้ดังนั้น พวกเขาจะพูดอะไรได้อีก? ทุกคนต่างเห็นด้วยเป็นเสียงเดียวกันก็คือ “ขอให้เป็นไปตามน้ำพระทัยพระเจ้า” หรือจะพูดเหมือนโยอาบก็ได้ว่า “ขอ[พระเจ้า]ทรงทำตามที่พระองค์ทรงเห็นชอบเถิด” ซึ่งเป็นเรื่องที่ถูกต้อง
“ในทุกๆ เมือง…ความยากลำบากกำลังคอยข้าพเจ้าอยู่”
อันที่จริง ตลอดชีวิตของเปาโล ท่านต้องเผชิญกับการเสี่ยงเป็นเสี่ยงตายมาครั้งแล้วครั้งเล่า ท่านกล่าวในกิจการ 20:23 ว่า “พระวิญญาณบริสุทธิ์ทรงเป็นพยานกับข้าพเจ้าในทุกๆ เมืองว่า เครื่องจำจองและความยากลำบากกำลังคอยข้าพเจ้าอยู่” แต่ท่านเองไม่รู้เลยว่าสิ่งเหล่านั้นจะเกิดขึ้นอย่างไร เมื่อไหร่ หรือใครจะเป็นผู้กระทำต่อท่าน แต่เปาโลได้ตัดสินใจเสี่ยงชีวิตของท่านในกรุงเยรูซาเล็มโดยรู้ทั้งรู้ว่ามีอันตรายรออยู่ข้างหน้าประสบการณ์ที่ท่านได้พบเจอมา ทำให้ไม่มีข้อสงสัยเลยว่าท่านจะต้องเผชิญกับอะไรในกรุงเยรูซาเล็ม
พวกยิวเฆี่ยนข้าพเจ้าห้าครั้ง ครั้งละสามสิบเก้าที ข้าพเจ้าถูกตีด้วยไม้สามครั้ง ถูกก้อนหินขว้างครั้งหนึ่ง ข้าพเจ้าเผชิญภัยเรือแตกสามครั้ง ข้าพเจ้าลอยอยู่ในทะเลวันหนึ่งกับคืนหนึ่ง ข้าพเจ้าเดินทางบ่อยๆ ข้าพเจ้าเผชิญภัยในแม่น้ำ เผชิญโจรภัย เผชิญภัยจากชนชาติของข้าพเจ้าเอง เผชิญภัยจากคนต่างชาติ เผชิญภัยในเมือง เผชิญภัยในป่า เผชิญภัยในทะเล เผชิญภัยจากพี่น้องจอมปลอม ต้องตรากตรำและลำบาก ต้องอดหลับอดนอนบ่อยๆ ต้องหิวและกระหาย ต้องอดข้าวบ่อยๆ ต้องทนหนาว และเปลือยกาย นอกจากนั้นยังมีสิ่งอื่นที่กดดันข้าพเจ้าอยู่ทุกๆ วัน คือความกังวลเกี่ยวกับคริสตจักรทั้งหมด (2 โครินธ์ 11:24–28)
นี่หมายความว่าอย่างไร? ก็หมายความว่าเปาโลไม่มีทางรู้ได้เลยว่าความทุกข์ยากครั้งต่อไปจะมาจากที่ไหน ทุกๆ วันท่านได้เสี่ยงชีวิตเพราะเห็นแก่พระนามของพระเจ้า ทางเดินบนถนนก็ไม่ปลอดภัย ทางน้ำก็ไม่ปลอดภัย จะอยู่ท่ามกลางคนต่างชาติ หรือแม้แต่ชนชาติของท่านเอง (คนยิว) ก็ล้วนไม่ปลอดภัย ในตัวเมืองหรือในถิ่นทุรกันดารหรือในทะเลหรือ ก็ล้วนไม่ปลอดภัยทั้งสิ้น แม้กระทั่งพวกที่เป็นพี่น้องคริสเตียนก็ยังไม่มีความปลอดภัยเลย ความปลอดภัยนั้น เป็นเสมือนภาพลวงตาที่ไม่มีอยู่จริงในชีวิตของอัครทูตเปาโล
ท่านมีเพียงสองตัวเลือกเท่านั้น คือ จะเสียเวลาชีวิตหรือจะใช้ชีวิตด้วยความเสี่ยง ซึ่งคำตอบของท่านก็ชัดเจนอยู่แล้วในเรื่องนี้ คือ “แต่ข้าพเจ้าไม่ได้ถือว่าชีวิตของข้าพเจ้าเป็นสิ่งมีค่าสำหรับตัวเอง ขอแต่เพียงให้ข้าพเจ้าได้ทำหน้าที่ของข้าพเจ้าและทำพันธกิจที่ได้รับจากพระเยซูองค์พระผู้เป็นเจ้าให้สำเร็จ คือการเป็นพยานถึงข่าวประเสริฐที่สำแดงพระคุณของพระเจ้า” (กิจการ 20:24) ท่านไม่อาจรู้ได้เลยว่าในแต่ละวันนั้น จะเป็นอย่างไร ท่านมุ่งหน้าสู่กลโกธาด้วยการยอมเสี่ยงชีวิตของท่านทุกวัน ซึ่งนี่ก็เป็นสิ่งที่ถูกต้อง
“ถ้าพวกเขาข่มเหงเรา เขาก็จะข่มเหงพวกท่านด้วย”
เราอาจคิดว่าการเสี่ยงที่อาจสูญเสียชีวิตดังกล่าว เป็นเรื่องพิเศษสำหรับเปาโลเท่านั้น แต่ในความเป็นจริงแล้ว ท่านได้พูดถึงประเด็นนี้โดยบอกกับผู้เชื่อใหม่ว่า พวกเขาจะเผชิญกับปัญหาที่ไม่คาดคิดเหมือนกัน หลังจากสถาปนาคริสตจักรใหม่ขึ้นระหว่างการเดินทางออกไปประกาศครั้งแรกแล้ว หลายเดือนต่อมา ท่านได้กลับไปเยี่ยมเยียนและ “ทำให้บรรดาสาวกมีจิตใจเข้มแข็งขึ้น และหนุนใจพวกเขาให้ดำรงอยู่ในความเชื่อ โดยกล่าวว่า เราจะต้องทนความยากลำบากหลายอย่างในการเข้าสู่แผ่นดินของพระเจ้า” (กิจการ 14:22) เมื่อเปาโลเขียนจดหมายถึงคริสตจักรใหม่อย่างในเมืองเธสะโลนิกานั้น ท่านแสดงความห่วงใยว่าพวกเขาอาจหวาดหวั่นด้วยความยากลำบากที่พวกเขากำลังเผชิญอยู่ ท่านกล่าวแก่พวกเขาว่า “ท่านย่อมทราบดีว่าพวกเราถูกกำหนดไว้แล้วเพื่อการนั้น [นั่นคือ เพื่อความทุกข์ยากลำบากเหล่านี้]” (1 เธสะโลนิกา 3:3 TNCV)
พระเยซูทรงตรัสถึงเรื่องนี้ไว้อย่างชัดเจน ตัวอย่างเช่น ในลูกา 21:16 พระองค์ตรัสว่า “แม้แต่บิดามารดา ญาติพี่น้องและมิตรสหายก็จะมอบตัวพวกท่านไว้ และพวกเขาจะฆ่าพวกท่านบางคน” คำสำคัญในที่นี้คือคำว่า บางคน “พวกเขาจะฆ่าพวกท่านบางคน” คำนี้บ่งบอกว่าชีวิตของสาวกในโลกนี้ จะเผชิญกับความไม่แน่นอนอย่างใหญ่หลวง ไม่ใช่ทุกคนต้องตายเพื่อเห็นแก่พระคริสต์ แต่ก็ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีชีวิตอยู่เช่นกัน มีบางคนต้องเสียชีวิต แต่บางคนจะมีชีวิตอยู่ นี่คือความหมายของความเสี่ยงที่ผมพูดถึง นี่คือน้ำพระทัยของพระเจ้าที่ให้เราไม่รู้ว่าชีวิตของเราในโลกนี้จะต้องเผชิญกับอะไรบ้าง ดังนั้น นี่จึงเป็นน้ำพระทัยของพระเจ้า ที่เราจะยอมเสี่ยงเพื่อเห็นแก่พระองค์
ชีวิตของพระเยซูนั้นยากลำบาก และพระองค์ตรัสว่าชีวิตของผู้ที่ติดตามพระองค์ก็จะยากลำบากเช่นเดียวกัน “จงระลึกถึงคำที่เรากล่าวกับพวกท่านแล้วว่า ‘บ่าวไม่ได้เป็นใหญ่กว่านาย’ ถ้าพวกเขาข่มเหงเรา เขาก็จะข่มเหงพวกท่านด้วย” (ยอห์น 15:20) ดังนั้น เปโตรจึงเตือนบรรดาคริสตจักรในเอเซียว่า เป็นเรื่องธรรมดาที่คริสตจักรจะถูกข่มเหง โดยท่านได้กล่าวว่า “ท่านที่รักทั้งหลาย อย่าแปลกใจกับความทุกข์ยากแสนสาหัสที่กำลังเกิดขึ้นกับพวกท่าน เพื่อทดสอบพวกท่านนั้น ราวกับว่าสิ่งประหลาดเกิดกับพวกท่าน แต่จงชื่นชมยินดีเสมอ ที่ได้มีส่วนร่วมในความทุกข์ยากของพระคริสต์ เพื่อว่าเมื่อพระสิริของพระองค์ปรากฏ พวกท่านก็จะชื่นชมยินดีจนเนื้อเต้น ถ้าพวกท่านถูกด่า เพราะพระนามของพระคริสต์ พวกท่านก็เป็นสุข เพราะว่าพระวิญญาณแห่งพระสิริคือพระวิญญาณของพระเจ้าสถิตกับพวกท่าน” (1 เปโตร 4:12–14)