ข้ามไปยังเนื้อหา
เกรซบรรณสาร

บทที่ 9 · ฟรี

บทที่ 8: อีกด้านหนึ่งของทุกๆ การเสี่ยงที่เต็มไปด้วยความเชื่อ: ชัยชนะแห่งความรัก

เสี่ยงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง · จอห์น ไพเพอร์

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่ปลอบประโลมและเป็นความมั่นใจในทุกๆ การเสี่ยงของเราเพราะเห็นแก่พระคริสต์นั้น ก็คือ ไม่มีสิ่งใดที่จะสามารถแยกเราออกจากความรักของพระคริสต์ได้ เปาโลถามว่า “แล้วใครจะให้เราขาดจากความรักของพระคริสต์ได้? จะเป็นความทุกข์ หรือความยากลำบาก หรือการเคี่ยวเข็ญ หรือการกันดารอาหาร หรือการเปลือยกาย หรือการถูกโพยภัย หรือการถูกคมดาบหรือ? (โรม 8:35) คำตอบของท่านก็คือ ไม่มี! กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ไม่มีความทุกข์โศกใดที่คริสเตียนแท้ประสบ เป็นหลักฐานว่าเขาถูกแยกออกจากความรักของพระคริสต์เลย ความรักของพระคริสต์มีชัยเหนือความทุกข์โศกทั้งหลาย” โรม 8:38–39 ให้ความกระจ่างชัดในเรื่องนี้ว่า “เพราะข้าพเจ้าแน่ใจว่า แม้ความตาย หรือชีวิต หรือบรรดาทูตสวรรค์ หรือเทพเจ้า หรือสิ่งซึ่งมีอยู่ในปัจจุบันนี้ หรือสิ่งซึ่งจะมีในภายหน้า หรือฤทธิ์เดชทั้งหลาย หรือซึ่งสูง หรือซึ่งลึก หรือสิ่งใดๆ อื่นที่ได้ทรงสร้างแล้วนั้น จะไม่สามารถทำให้เราขาดจากความรักของพระเจ้า ซึ่งมีอยู่ในพระเยซูคริสต์องค์พระผู้เป็นเจ้าของเราได้”

อีกด้านหนึ่งของทุกๆ การเสี่ยง—แม้จะส่งผลให้เกิดความตาย—ความรักของพระเจ้าทรงมีชัยชนะเสมอ นี่คือความเชื่อที่ทำให้เรากล้าเสี่ยงเพราะเห็นแก่พระเจ้า ไม่ใช่ความต้องการที่อยากจะเป็นฮีโร่ หรือความชอบในความเสี่ยง หรือความอยากมีชื่อเสียง หรือความพยายามที่จะได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า หากแต่เป็นดังความเชื่อใสซื่ออย่างเด็กในชัยชนะแห่งความรักของพระเจ้า—ที่อยู่อีกด้านหนึ่งของทุกๆ การเสี่ยงของเรา เพื่อเห็นแก่ความชอบธรรม พระเจ้าจะยังคงค้ำจุนเราไว้ เราจะพึงพอใจอย่างถาวรในพระองค์ จะไม่มีสิ่งใดเสียไปอย่างเปล่าๆ เลย

จะมีอะไรดีไปกว่าการเป็นผู้ชนะได้? 

แต่มีบางอย่างมากยิ่งกว่าพระสัญญาที่จะค้ำจุนเราไว้ในช่วงเวลาของการเสี่ยงเพื่อเห็นแก่พระคริสต์ เปาโลได้ถามว่า “ถ้าพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ใครจะขัดขวางเราได้?” (โรม 8:31) คำตอบที่ท่านคาดให้เราตอบก็คือ “ไม่มีเลย” หรือกล่าวได้อีกว่า “เมื่อพระเจ้าทรงอยู่ฝ่ายเรา ไม่มีใครจะขัดขวางเราได้” อาจฟังดูดี คล้ายๆ กับการกล่าวว่า เมื่อศีรษะของคุณถูกตัดออก “แต่ผมสักเส้นหนึ่งของฉันก็จะไม่เสียไป” ประโยคที่เกินเลยเหล่านี้ ดูเหมือนจะบอกอะไรเรามากกว่าที่ได้กล่าวมาแล้วเสียอีก มากกว่าการเพียงแค่กล่าวว่า ธรรมิกชนที่กำลังจะเสียชีวิตนั้น จะไม่ถูกแยกออกจากพระคริสต์

“บางอย่างที่มากกว่า” นี้ มาจากคำว่า “เป็นยิ่งกว่าผู้ชนะ” “ในสถานการณ์ทั้งปวงนี้เราเป็นยิ่งกว่าผู้พิชิตโดยทางพระองค์ผู้ทรงรักเราทั้งหลาย” (โรม 8:37 TNCV) แล้วคำว่า “ยิ่งกว่าผู้พิชิต” นี้ มีความหมายว่าอย่างไร? คุณจะเป็นยิ่งกว่าผู้ชนะได้อย่างไร เมื่อคุณเสี่ยงชีวิตเพื่อเห็นแก่พระเจ้า และได้รับบาดเจ็บจากการเสี่ยงนั้น?

หากคุณเสี่ยงกระทำด้วยความเชื่อฟังที่ยกย่องคุณค่าอันสูงส่งของพระเยซูคริสต์ และถูกโจมตีจากศัตรูตัวใดตัวหนึ่งที่กล่าวในข้อ 35 ที่อาจเป็นการกันดารอาหารหรือคมดาบนั้น จะต้องเกิดอะไรขึ้นเพื่อคุณจะถูกเรียกว่าเป็น “ผู้ชนะ”? คำตอบ คือ คุณจะต้องไม่ถูกแยกออกจากความรักของพระคริสต์ จุดประสงค์ของผู้โจมตีนั้น คือ เพื่อจะทำลายคุณและตัดคุณให้ขาดจากพระคริสต์ และท้ายที่สุดนำคุณไปสู่ความพินาศที่ปราศจากพระเจ้า คุณจะเป็นผู้มีชัยชนะ หากคุณเอาชนะเป้าประสงค์นี้ และคงมั่นอยู่ในความรักของพระคริสต์ พระเจ้าได้ทรงสัญญาแล้วว่าสิ่งนี้จะเกิดขึ้น โดยการเชื่อวางใจในสิ่งนี้ เราจึงเสี่ยง

แต่ถ้าหากคุณจะถูกเรียกว่าเป็นยิ่งกว่าผู้ชนะ มันจะต้องมีอะไรเกิดขึ้นในการต่อสู้กับการกันดารอาหารหรือคมดาบนี้? คำตอบหนึ่งที่ถูกต้องตามพระคัมภีร์ก็คือ ผู้ชนะมีชัยเหนือศัตรูของเขา แต่ผู้ที่เป็นยิ่งกว่าผู้ชนะปกครองเหนือศัตรูของเขา ผู้ชนะทำให้เป้าหมายศัตรูของเขาเป็นโมฆะไป แต่ผู้ที่เป็นยิ่งกว่าผู้ชนะทำให้ศัตรูของเขาทำตามเป้าหมายของตัวเอง ผู้ชนะกำจัดศัตรูของเขา แต่ผู้ที่เป็นยิ่งกว่าผู้ชนะทำให้ศัตรูกลายเป็นทาสของเขา

ในทางปฏิบัติ เรื่องนี้มีความหมายว่าอย่างไร? ขอให้ใช้คำพูดของเปาโลใน 2 โครินธ์ 4:17 “เพราะว่าความยากลำบากชั่วคราวและเล็กน้อยของเรา จะทำให้ [นำมาซึ่ง, ส่งผลให้] เรามีศักดิ์ศรีนิรันดร์มากมายอย่างไม่มีที่เปรียบ” ในที่นี้เราอาจกล่าวได้ว่า “ความยากลำบาก” คือ ศัตรูตัวหนึ่งที่โจมตีเรา เกิดอะไรขึ้นกับเปาโลขณะท่านเผชิญหน้ากับศัตรูตัวนี้? แน่นอน ศัตรูตัวนี้ไม่สามารถตัดท่านออกจากความรักของพระคริสต์ได้ แต่ยิ่งไปกว่านั้น หรือพูดอีกนัยหนึ่งก็คือ ศัตรูตัวนี้กลับถูกท่านจับเป็นเชลย มันถูกจับเป็นทาสและรับใช้ความปีติยินดีที่ไม่มีสิ้นสุดของเปาโล “ความยากลำบาก” ที่ครั้งหนึ่งเคยเป็นศัตรูนั้น ขณะนี้ได้กลายเป็นทาสทำงานให้กับท่าน เป็นการเตรียม “ศักดิ์ศรีนิรันดร์มากมายอย่างไม่มีที่เปรียบ” ให้แก่ท่าน ศัตรูกลายเป็นทาสของท่าน ท่านไม่เพียงชนะศัตรูของท่านเท่านั้น แต่ท่านเป็นยิ่งกว่าผู้ชนะศัตรูของท่าน

ความยากลำบาก ยกดาบของมันขึ้น เพื่อจะตัดศีรษะแห่งความเชื่อของเปาโล แต่ตรงกันข้ามมือแห่งความเชื่อกลับจับแขนแห่งความยากลำบาก และบังคับให้มันตัดส่วนที่เป็นฝ่ายโลกของเปาโลออกไป ความยากลำบากถูกทำให้เป็นทาสรับใช้ของความดี ความถ่อมใจ และความรัก ซาตานหมายจะให้เกิดความชั่วร้าย แต่พระเจ้าทรงหมายที่จะให้เกิดการดี ศัตรูได้กลายมาเป็นทาสของเปาโล และทำงานให้กันท่าน นำมาซึ่งเกียรติมากมาย มากกว่าที่ท่านเคยได้รับมาโดยไม่ต้องต่อสู้เลย ด้วยวิธีนี้ เปาโล—และทุกคนที่ติดตามพระคริสต์—จึงเป็นยิ่งกว่าผู้ชนะ

ถนนเส้นเดียวที่นำไปสู่ความปีติยินดีถาวร 

นี่คือพระสัญญาที่ประทานสิทธิอำนาจให้เราที่จะเสี่ยงเพราะเห็นแก่พระคริสต์ ไม่ใช่แรงกระตุ้นจูงใจของความอยากจะเป็นฮีโร่ หรือความชอบในความเสี่ยง หรือความอยากมีชื่อเสียง หรือความพยายามที่จะได้รับความโปรดปรานจากพระเจ้า แต่เป็นเพียงการไว้วางใจในพระคริสต์—ว่าในพระองค์ พระเจ้าจะทรงทำทุกสิ่งที่จำเป็น เพื่อเราจะปิติยินดีในการให้ความสำคัญทั้งสิ้นกับพระคริสต์ตลอดไป ไม่ว่าจะเป็นการดีทุกอย่างที่จะเป็นพรแก่เรา หรือการไม่ดีที่จะเข้ามาจู่โจมต่อต้านเรา ในที่สุดแล้ว ก็จะเป็นการช่วยให้เราอวดแต่เพียงไม้กางเขน ยกย่องสรรเสริญพระคริสต์ และถวายพระสิริแด่พระผู้สร้างของเรา ความเชื่อในพระสัญญาเหล่านี้ปลดปล่อยเราให้มีอิสรภาพเพื่อที่จะเสี่ยง และเพื่อค้นหาประสบการณ์ของตนเองว่า การยอมเสียชีวิตดีกว่าการเสียมันไปอย่างเปล่าๆ

เพราะฉะนั้น การเสี่ยงเพื่อเห็นแก่พระคริสต์จึงเป็นสิ่งที่ถูกต้อง เป็นการถูกต้อง ที่จะสู้รบกับศัตรูและกล่าวว่า “ขอ[พระเจ้า]ทรงทำตามที่พระองค์ทรงเห็นชอบเถิด” เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ที่จะรับใช้คนของพระเจ้าและกล่าวว่า “ถ้าฉันพินาศ ฉันก็พินาศ!” เป็นสิ่งที่ถูกต้อง ที่จะยืนอยู่ต่อหน้าเตาไฟแห่งความทุกข์ยากและปฏิเสธที่จะกราบไหว้พระของโลกนี้ เมื่อถึงปลายถนนเส้นอื่นทุกสาย—ของความปลอดภัยและความมีอิสระที่จะเสี่ยง—เราจะยกมือขึ้นมาปิดหน้า แล้วพูดว่า “ฉันได้เสียเวลาชีวิตไปอย่างเปล่าๆ” แต่เมื่อถึงปลายถนนแห่งความเสี่ยง โดยการพึ่งพาพระสัญญาของพระเจ้าที่ทรงซื้อมาด้วยโลหิต ก็จะมีแต่ความปีติยินดีและเปรมปรีดิ์มากมายตลอดไป

แชร์

  • Facebook