Skip to content
Grace Bannasan

Chapter 6 · Free

บทที่ 6: เงิน

Business for the Glory of God · Wayne Grudem

เงินเป็นสิ่งที่ดีโดยพื้นฐาน และเปิดโอกาสมากมายในการถวายเกียรติแด่พระเจ้า แต่ก็มีการทดลองให้ทำบาปมากมายเช่นกัน

บางครั้งผู้คนพูดว่า “เงินเป็นรากเหง้าของความชั่วร้ายทั้งปวง” แต่พระคัมภีร์ไม่ได้กล่าวเช่นนั้น อัครทูตเปาโลกล่าวใน 1 ทิโมธี 6:10 ว่า 

“การรักเงินทองเป็นรากเหง้าของความชั่วทั้งหมด”

แต่นั่นพูดถึงความรักเงินทอง ไม่ใช่ตัวเงินเอง

ที่จริงแล้ว เงินเป็นสิ่งที่ดีโดยพื้นฐาน เพราะเงินเป็นสิ่งประดิษฐ์ของมนุษย์ที่แยกเราออกจากสัตว์และช่วยให้เราสามารถมีอำนาจเหนือแผ่นดินโลก โดยการผลิตสินค้าและบริการจากแผ่นดินที่นำประโยชน์มาสู่ผู้อื่น เงินช่วยให้มนุษยชาติทั้งหมดสามารถผลิตและเพลิดเพลินกับผลของการผลิตนั้นได้มากกว่าพันเท่า เมื่อเทียบกับการที่มนุษย์ไม่มีเงิน และเราต้องใช้วิธีค้าขายแบบแลกเปลี่ยนสิ่งของกันเอง

หากไม่มีเงิน ผมจะมีเพียงสิ่งเดียวที่จะใช้แลกเปลี่ยน นั่นคือสำเนาหนังสือของผม ผมจะมีหนังสือ “ศาสนศาสตร์ระบบ” (Systematic Theology) 4 หลายร้อยเล่ม เป็นต้น แต่ในโลกที่ไม่มีเงิน ผมจะไม่รู้เลยว่าหนังสือหนึ่งเล่มมีค่าเท่ากับขนมปังหนึ่งก้อน หรือเสื้อสองตัว หรือจักรยานหนึ่งคัน หรือรถยนต์หนึ่งคัน และคนขายของชำอาจไม่สนใจอ่านหนังสือของผม ดังนั้นเขาอาจไม่แลกข้าวของในร้านสักหนึ่งตะกร้ากับหนังสือสัก 100 เล่ม! ในไม่ช้า แม้แต่พ่อค้าที่ยอมรับหนังสือของผมเพื่อแลกเปลี่ยนสินค้า เขาก็คงไม่ต้องการหนังสือเล่มที่สองหรือเล่มที่สาม และผมจะจบลงด้วยกองหนังสือและไม่สามารถหาคนที่ต้องการแลกเปลี่ยนอะไรกับมันได้อีก หากไม่มีเงิน ผมจะถูกบังคับให้กลับไปใช้ชีวิตแบบยังชีพด้วยการปลูกผัก, เลี้ยงวัว, เลี้ยงไก่ และอาจแลกเปลี่ยนไข่ไก่บ้างเป็นครั้งคราว และคุณก็จะเป็นเช่นเดียวกัน ที่ต้องยังชีพด้วยการแลกเปลี่ยนสิ่งที่คุณสามารถผลิตได้

แต่เงินเป็นสิ่งเดียวที่ทุกคนเต็มใจแลกเปลี่ยนสินค้าด้วย เพราะมันเป็นสิ่งเดียวที่ทุกคนอื่นเต็มใจแลกเปลี่ยนสินค้าด้วย ด้วยระบบเงิน ผมจึงรู้ทันทีว่าหนังสือของผมหนึ่งเล่มมีมูลค่าเท่าไร มันมีมูลค่า 40 ดอลลาร์ เพราะนั่นคือจำนวนที่คนหลายพันคนตัดสินใจว่าพวกเขาเต็มใจจ่ายสำหรับมัน

เงินยังเก็บรักษามูลค่าของสิ่งหนึ่งไว้จนกว่าผมจะใช้จ่ายมันกับสิ่งอื่น เมื่อผมได้รับเงิน 40 ดอลลาร์ เงินนั้นจะเก็บมูลค่าของหนังสือของผมไว้ชั่วคราว จนกว่าผมจะไปที่ร้านและบอกคนขายของชำว่าผมต้องการแลกเงิน 40 ดอลลาร์กับของชำบางอย่าง คนขายของชำคนเดียวกันที่ไม่ยอมแลกของชำใด ๆ กับหนังสือศาสนศาสตร์ ตอนนี้ยินดีรับเงิน 40 ดอลลาร์ของผม เพราะเขารู้ว่าเขาสามารถแลกเงินนั้นกับสิ่งใดก็ได้ในโลกที่เขาต้องการและมีราคา 40 ดอลลาร์

ดังนั้น เงินจึงเป็นเพียงเครื่องมือให้เราใช้งาน และเราสามารถขอบพระคุณพระเจ้าได้อย่างถูกต้องที่ในพระปัญญาของพระองค์ พระองค์ได้ทรงกำหนดให้เราประดิษฐ์เงินและใช้มัน เงินเป็นเพียง “สื่อกลางในการแลกเปลี่ยน” เงินคือสิ่งที่ทำให้การแลกเปลี่ยนโดยสมัครใจเป็นไปได้

“สินค้าโภคภัณฑ์… ที่ได้รับการกำหนดทางกฎหมายให้เป็นสิ่งเทียบเท่าที่แลกเปลี่ยนได้กับสินค้าโภคภัณฑ์อื่น ๆ ทั้งหมด เช่นสินค้าและบริการ และใช้เป็นมาตรวัดมูลค่าเปรียบเทียบของสิ่งเหล่านั้นในตลาด 5

เงินทำให้การแลกเปลี่ยนโดยสมัครใจมีความยุติธรรมมากขึ้น สูญเปล่าน้อยลง และกว้างขวางมากขึ้น เราต้องการเงินในโลกเพื่อให้เราเป็นผู้อารักขาที่ดีของแผ่นดินโลก และถวายเกียรติแด่พระเจ้าผ่านการใช้เงินอย่างฉลาด

หากเงินเป็นสิ่งชั่วร้ายในตัวมันเอง พระเจ้าก็จะไม่ทรงครอบครองเงิน แต่พระองค์ตรัสว่า 

“เงินเป็นของเรา และทองก็เป็นของเรา พระยาห์เวห์จอมทัพตรัสดังนี้แหละ” (ฮักกัย 2:8)

เงินทองทั้งหมดเป็นของพระองค์ และพระองค์ได้ทรงมอบหมายเงินทองให้เราเพื่อที่ผ่านทางเงินทองเหล่านี้ เราจะถวายเกียรติแด่พระองค์

เงินทองเปิดโอกาสมากมายให้เราถวายเกียรติแด่พระเจ้า: ผ่านการลงทุนและขยายการเป็นผู้อารักขาของเรา ซึ่งเป็นการเลียนแบบอธิปไตยและพระปัญญาของพระเจ้า ผ่านการตอบสนองความต้องการของตัวเราเอง ซึ่งเป็นการเลียนแบบความเป็นอิสระของพระเจ้า ผ่านการให้แก่ผู้อื่น ซึ่งเป็นการเลียนแบบพระเมตตาและความรักของพระเจ้า หรือผ่านการถวายให้แก่คริสตจักรและงานประกาศ ซึ่งเป็นการนำผู้อื่นเข้าสู่อาณาจักรของพระเจ้า

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากเงินมาพร้อมอำนาจและคุณค่ามากมาย มันจึงเป็นความรับผิดชอบอันหนักหน่วง และเสนอการทดลองให้ทำบาปอยู่เสมอ เราอาจติดกับดักในความรักเงินทอง (1 ทิโมธี 6:10) และมันอาจทำให้จิตใจของเราหันออกจากพระเจ้า พระเยซูทรงเตือนว่า “ท่านทั้งหลายจะรับใช้พระเจ้าและเงินทองพร้อมกันไม่ได้” (มัทธิว 6:24) และพระองค์ทรงเตือนไม่ให้สะสมเงินทองมากเกินไปจนเราเก็บสะสมและไม่ได้ใช้เพื่อประโยชน์:

“อย่าสะสมทรัพย์สมบัติเพื่อตัวพวกท่านเองไว้ในโลก ที่อาจเป็นสนิมและที่แมลงกินเสียได้ และที่ขโมยอาจทะลวงลักเอาไปได้ แต่จงสะสมทรัพย์สมบัติเพื่อตัวพวกท่านเองไว้ในสวรรค์ ที่ไม่มีแมลงจะกินและไม่มีสนิมจะกัด และที่ไม่มีขโมยทะลวงลักเอาไปได้ เพราะว่าทรัพย์สมบัติของท่านอยู่ที่ไหน ใจของท่านก็อยู่ที่นั่นด้วย” (มัทธิว 6:19-21)

แต่การบิดเบือนสิ่งที่ดีต้องไม่ทำให้เราคิดว่าสิ่งนั้นเองเป็นความชั่วร้าย เงินทองนั้นดีในตัวมันเอง และเปิดโอกาสมากมายให้เราถวายเกียรติแด่พระเจ้า

Share